|
::
ผู้บัญชาการ ::
|
|
|
| |
|
|
| |
| |
| |
| |
| |
|
|
| |
|
|
|
::
ผลิตภัณฑ์::
|
|
|
|
:: เมนูด่วน ! :: |
| Yahoo | AltaVista | Lycos | Excite | Infoseek | Hotbot |
|
เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร
32/32 หมู่ 3 ถนนธรรมคุณากร ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
74000
|
|
รวมลิงค์ |
|
|
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
| |
| |
|
|
| |
| |
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
::
HOTLINE ::
|
|
TEL
: 034-411021
|
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พุทธศักราช 2479 (ต่อ6)
*มาตรา 43 นักโทษเด็ดขาดซึงได้รับการพักการลงโทษ ตามมาตรา 32 (5) หรือนักโทษเด็ดขาดซึ่ง ได้ลดวันต้องโทษจำคุก ตามมาตรา 32 (6) หรือ (8) และถูกปล่อยตัวไปก่อนครบกำหนดโทษตามหมายศาลใน ขณะนั้น ต้องปฏิบัติตนโดยเคร่งครัด ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำหรับความประพฤติของตน ถ้าไม่ปฏิบัติ ตามเงื่อนไขนั้นข้อหนึ่ง ข้อใด นักโทษเด็ดขาดผู้นั้นอาจถูกจับมาอีกโดยมิต้องมีหมายจับ หรือหมายจำคุก และนำกลับเข้าจำคุก ต่อไป ตามกำหนดโทษที่ยังเหลืออยู่ และให้ผู้มีอำนาจสั่งการพักการลงโทษตามมาตรา 32 (5) หรือการลดวันต้องโทษจำคุกตามมาตรา 32 (6) หรือ (8) สั่งถอนการพักการลงโทษ หรือถอนดารลดวันต้องโทษจำคุกที่ยังเหลืออยู่และจะลงโทษทางวินัยอีกด้วยก็ได้
หมวด
11
การตรวจเรือนจำ
มาตรา 44 รัฐมนตรีมีอำนาจตั้งคณะกรรมการเรือนจำและกำหนดอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการในการตรวจพิจารณากิจการของเรือนจำและให้คำแนะนำแก่เจ้าพนักงานเรือนจำ
คณะกรรมการนี้มีจำนวนไม่เกิน 5 นาย ซึ่งจะได้แต่งตั้งจาก
(1) ข้าราชการตุลาการสังกัดกระทรวงยุติธรรม
(2) ข้าราชการสังกัดกระทรวงธรรมการ
(3) ข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ
(4) ข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลัง
(5) ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ
(6) เจ้าพนักงานแพทย์
(7) เจ้าพนักงานอัยการ และ
(8) ข้าราชการ หรือบุคคลอื่นตามแต่รัฐมนตรีนุเห็นสมควร
หมวด 12
ความผิดเกี่ยวกับเรือนจำ
มาตรา 45 ผู้ใดเข้าไปในเรือนจำโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ดี หรือบังอาจรับจากหรือส่งมอบแก่ผู้ต้องขัง นำเข้ามา หรือเอาออกไปจากเรือนจำซึ่งเงินหรือสิ่งของต้องห้าม โดยทางใดๆ อันฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำก็ดี ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำ หรือกรมราชทัณฑ์ให้เพิ่มโทษเป็นทวีคูณ เงินหรือสิ่งของต้องห้ามที่นำเข้ามาในเรือนจำโดยฝ่าฝืนบทมาตรานี้ ให้ริบเป็นของแผ่นดิน
มาตรา 46 บุคคลใด ได้รับมอบหมายโดยข้อสัญญาให้การทำการงานของเรือนจำและได้รับผู้ต้องขัง ไว้ในความควบคุม เพื่อทำการงานนั้น การทำให้ผู้ต้องขังหลบหนีไป โดยเจตนาหรือประมาท ให้ถือว่ามีความ ผิดตามมาตรา 168 และ169 แห่งกฎหมายลักษณะอาญา แล้วแต่กรณี
ลักษณะ 2
ทัณฑนิคม
มาตรา 47 รัฐมนตรีมีอำนาจตั้งทัณฑนิคมเพื่อควบคุมและดำเนินการฝึกอบรมนักโทษเด็ดขาดในขั้นถัดจาก เรือนจำต่อไป และมีอำนาจที่จะยุบเลิกทัณฑนิคมนั้น การตั้งและยุบเลิกทัณฑนิคมให้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาในการประกาศตั้งตั้งให้กำหนดเขตของทัณฑนิคมไว้โดยชัดเจน
มาตรา 48 นักโทษเด็ดขาดคนใดมีคุณสมบัติดังจะกล่าวต่อไปนี้ อาจถูกส่งไปอยู่ทัณฑนิคม
1) เป็นผู้ประพฤติดี
2) มีความอุตสาหะ
3) มีความสามารถโดยแสดงให้เห็นผลดีในการศึกษาและการงาน
นักโทษเด็ดขาดเช่นนี้ต้องรับโทษในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า
1 ใน 4 ของกำหนดโทษ
แต่โทษที่เหลือต้องไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือถ้าเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า
7 ปี