| หน้า 1 | หน้า 2 | หน้า 3| หน้า 4 | หน้า 5 | หน้า 6 | หน้า 7 |

ไปเว็บไซต์ กรมราชทัณฑ์

 :: ผู้บัญชาการ ::
 
เมนูหลัก
    ผู้บัญชาการเรือนจำ
    ผังองค์กร
    หน่วยงานต่างๆ

    ผลิตภัณฑ์เรือนจำ

    จองเยี่ยมผู้ต้องขัง
    กระดานข่าว
    กิจกรรมเรือนจำ
    สมุดเยี่ยม
   พรบ.ราชทัณฑ์
    แผนที่    
    ข่าวประกวดราคา
:: ผลิตภัณฑ์::



:: เมนูด่วน ! ::


โครงการ
รจ.อุตสาหกรรมนำร่อง


เรือนจำอุตสาหกรรมนำร่อง

  ส่งเมล์ถึงผู้ดูแลเว็บ :: Webmaster ::
Yahoo  AltaVista Lycos Excite Infoseek Hotbot
:: ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ ::  
เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร 32/32 หมู่ 3 ถนนธรรมคุณากร ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 74000
:: WELCOME TO SAMUT SAKHON 'S PROVINCE PRISON OFFICIAL WEBSITE ::

SEARCH ENGINE

       รวมลิงค์

ลิงค์ชองโทรทัศน์ต่างๆ โทรทัศน์
    ช่อง 3
    ช่อง 5
    ช่อง 7
    ช่อง 9
    ช่อง 11
    ช่อง ITV
    ช่อง UBC
    NATION
หนังสือพิมพ์
    ไทยรัฐ
    มติชน
    เดลินิวส์
    ข่าวสด
    คมชัดลึก
   ยังมีต่อ.....
  เรือนจำ
    รจ.พิเศษกรุงเทพฯ
   รจ.กลางนครปฐม
    รจ.กลางราชบุรี
    รจ.กลางบางขวาง
    เรือนจำ อื่นๆ
กระทรวงต่างๆ
    กระทรวงยุติธรรม
    กระทรวงพาณิชย์
    กระทรวงกลาโหม
    กระทรวงการคลัง
   กระทรวงอื่นๆ
  ตรวจผลเสี่ยงโชค
  ออมทรัพย์ทวีสิน
  สลากออมสินพิเศษ
   สลากออมสิน
   สลากรัฐบาล
กฎหมาย
   สภาทนายความ
   กฤษฎีกา
   กฎหมายสยาม
   อื่นๆ
  บริการข้อมูลอื่นๆ
   หาเบอร์โทรศัพท์
  สภาพอากาศ
   จราจร สวพ.91
  อื่นๆ
สถานีวิทยุ
  Atime Media
  Bangkok Radio
  ลูกทุ่งเอฟเอ็ม
  อื่นๆ





::     HOTLINE    ::
TEL : 034-411021
 << >>


พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 (ต่อ3)


มาตรา 17 เจ้าพนักงานเรือนจำอาจใช้อาวุธปืนแก่ผู้ต้องขังได้ในกรณีต่อไปนี้

(1) ผู้ต้องขังไม่ยอมวางอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้วาง

(2) ผู้ต้องขังกำลังหลบหนี ไม่ยอมหยุดเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้หยุด และไม่มีทางอื่นที่จะจับกุมได้

(3) ผู้ต้องขังตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ก่อการวุ่นวาย หรือพยายามใช้กำลังเปิดประตูหรือทำลายประตูรั้ว หรือกำแพง เรือนจำ หรือใช้กำลังกายทำร้ายเจ้าพนักงานหรือผู้อื่น และไม่ยอมหยุดในเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้หยุดถ้ามี เจ้าพนักงานเรือนจำผู้มีอำนาจเหนือตนอยู่ในขณะนั้นด้วย จะใช้อาวุธปืนได้ก็ต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้า พนักงานผู้นั้นแล้วเท่านั้น

มาตรา 18 ในกรณีฉุกเฉินอันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต หรือความปลอดภัยของผู้ต้องขัง ถ้าเจ้าพนักงานเรือนจำ ไม่สามารถจะย้ายผู้ต้องขังไปควบคุมไว้ ณ ที่อื่นใดได้ทันท่วงทีจะปล่อย ให้ผู้ต้องขังไปชั่วคราวก็ได้ แต่ผู้ต้องขัง ที่ถูก ปล่อยไปนั้นต้องกลับมาเรือนจำหรือรายงานตนยังสถานีตำรวจ หรือที่ว่าการอำเภอ ภายในกำหนด 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ปล่อยไป และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่นั้นๆ ถ้าผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยไปละเลย ไม่ปฏิบัติดังกล่าวนี้ ให้ถือว่ามีความผิดฐานหลบหนีการควบคุมเว้นแต่จะมีข้อแก้ตัวอันควร

มาตรา 19 ในการจับกุมผู้หลบหนีภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ที่หนีไป เจ้าพนักงานเรือนจำ
อาจใช้อำนาจตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 15 ถึง 17 แห่งพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม เมื่อสิ้นกำหนดเวลานี้แล้ว
จะใช้อำนาจเช่นว่านั้นต่อไปมิได้ แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดอำนาจของเจ้าพนักงานเรือนจำ ในการที่จะจัดการ จับกุมผู้หลบหนีโดยประการอื่น

มาตรา 20 ถ้าผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงตายในขณะช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำ ทำการตามหน้าที่ดังกล่าวไว้ในหมวดนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 21 เจ้าพนักงานเรือนจำผู้ใช้อำนาจ ที่ได้ให้ไว้ในหมวดนี้โดยสุจริตและตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งหรืออาญาในผลแห่งการกระทำของตน

หมวด 5
การงาน

มาตรา 22 นักโทษเด็ดขาด ต้องทำงานตามคำสั่งของเจ้าพนักงานเรือนจำ

*มาตรา 22 ทวิ ในกรณีเจ้าพนักงานเรือนจำสั่งให้นักโทษเด็ดขาดออกไปทำงานสาธารณะนอกเรือนจำ ให้อธิบดีแต่งตั้งคณะ กรรมการคณะหนึ่ง ไม่น้อยกว่าสามคน เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกนักโทษเด็ดขาด ซึ่งเหลือ โทษจำคุกไม่เกินสองปี เพื่อทำงานสาธารณะตามมาตรานี้ นักโทษเด็ดขาดซึ่งต้องโทษในลักษณะความผิดดัง ต่อไปนี้ ไม่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาคัดเลือกตามวรรคหนึ่ง

(1) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(2) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร

(3) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร

(4) ความผิดตามกฎมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ
ลักษณะของงานสาธารณะ การแต่งตั้งกรรมการ การส่งและการงดส่งนักโทษเด็ดขาดออกไปทำงานสาธารณะนอก เรือนจำ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 23 คนต้องขังและคนฝาก ต้องทำงานแต่เฉพาะที่เกี่ยวกับความสะอาดหรืออนามัยของตน
หรือการสุขาภิบาลในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งเรือนจำคนต้องขังในระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกาต้องทำงานเพื่อยังการบำรุง รักษาเรือนจำให้ดียิ่งขึ้น
ผู้ต้องขังคนใดสมัครเข้าทำงานอย่างอื่นก็อาจขออนุญาตให้ทำได้

มาตรา 24 การงานที่ผู้ต้องขังได้ทำไปแล้วนั้น อาจคำนวณเป็นราคาเงินตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา 25 ผู้ต้องขังไม่มีสิทธิจะได้ค่าจ้าง แต่กฎกระทรวงที่กล่าวไว้ในมาตราก่อนอาจกำหนดให้แบ่งรายได้ อันเกิดจากการงานของผู้ต้องขัง โดยหักค่าใช้จ่ายออกเสียก่อนให้เป็นรางวัลแก่ผู้ต้องขังและเจ้าพนักงาน เรือนจำ

มาตรา 26 ถ้าผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงตายในขณะทำการตามหน้าที่อันอาจเป็นอันตรายต่อความ ปลอดภัย หรือชีวิตของผู้ต้องขังดั่งระบุไว้ในกฎกระทรวงก็ให้ได้รับรางวัลเป็นจำนวนตามแต่เจ้ากระทรวงจะ วินิจฉัยโดยพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งกรณี รางวัลเช่นว่านี้ถ้าผู้ต้องขังตาย ให้จ่ายแก่ผู้รับมรดก

 

 | พรบ.ราชทัณฑ์พ.ศ. 2479 | พรบ.ราชทัณฑ์พ.ศ. 2520 | พรบ.ราชทัณฑ์พ.ศ. 2522 | พรบ.ราชทัณฑ์พ.ศ. 2523 |